ลำดับเหตุการณ์สำคัญของ สวท

ยุคบุกเบิก ( พ.ศ. 2513 – พ.ศ.2517 )

  • พ.ศ.2500 ธนาคารโลกส่งผู้เชี่ยวชาญเข้ามาสำรวจภาวะเศรษฐกิจในประเทศไทย
  • พ.ศ.2506,2508,2501 สภาวิจัยแห่งชาติ ร่วมกับสภาพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ จัดสัมมนาปัญหาประชากร
  • 17 มีนาคม 2513 รัฐบาลประกาศนโยบายประชากร
  • 14 เมษายน 2513 ก่อตั้งสมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และเปิดที่ทำการ แห่งแรกที่ชั้น 3 ตึกหรั่งกันตารัติ สภากาชาดไทย
  • 17 มีนาคม 2517 สัมมนาผู้บริหารระดับสูงเรื่องการวางแผนครอบครัว ได้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วราชอาณาจักร จบโครงการ 2520

ยุคก่อร้างสร้างสรรค์ (พ.ศ.2518 – พ.ศ.2522)

  • 25 พฤษภาคม 2520 สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เชิญสมาคมฯให้ส่งผู้แทนเข้าร่วมเป็นคณะทำงานเพื่อพิจารณาร่างแผนพัฒนากฎหมาย ข่าวสารการปฏิบัติงานด้านประชากรและกลุ่มชนเป้าหมายพิเศษ และเริ่มโครงการผสมผสานงานวางแผนครอบครัวในงานพัฒนาชุมชน
  • 3 สิงหาคม 2520 สมาคมฯเสนอโครงการกฎหมายและการวางแผนครอบครัวต่อสภานิติบัญญัติ และสภาปฏิรูปเพื่อพิจารณา
  • 12 เมษายน 2521 กระทรวงสาธารณสุข ให้สมาคมฯดำเนินงาน 4 โครงการคือ โครงการผู้ลี้ภัย โครงการจังหวัดตัวอย่าง จังหวัดสระบุรี โครงการโรงงานอุตสาหกรรมและรัฐวิสาหกิจ และโครงการชุมชนรอบนอกชานเมืองของ กทม.
  • 20 เมษายน 2521 กระทรวงสาธารณสุขให้สมาคม เข้าดำเนินงานโครงการวางแผนครอบครัวภาคใต้ สมาคมฯร่วมกับคณะแพทย์ศิริราช จัดอบรมเรื่องการวางแผนครอบครัวและเพศศึกษาแก่ครูที่สอนเด็กระดับมัธยมศึกษา ในโรงเรียนของกรมสามัญศึกษา
  • 17 มีนาคม 2522 สมาคมฯแบ่งงานโครงการออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่คือ โครงการหลัก โครงการเริ่ม และโครงการสนับสนุน -โครงการหลักคือ ลดอัตราการเพิ่มประชากร และโครงการที่มุ่งเข้าหากลุ่มเป้าหมายพิเศษ ได้แก่ โครงการชาวเขา โครงการผู้อพยพลี้ภัย โครงการเยาวชนกำพร้าและยากจน -โครงการริเริ่ม ได้แก่ โครงการทหาร-ตำรวจ และครอบครัว โครงการอบรมครูสอนเพศศึกษา -โครงการสนับสนุนได้แก่ โครงการเยาวชนนอกโรงเรียน โครงการคลินิกเอกชน โครงการสนับสนุน(IEC Mass Media) โครงการคู่สมรสใหม่และให้คำปรึกษา โครงการตลาดนัดท้องสนามหลวงและนิทรรศการเคลื่อนที่ โครงการกฎหมายและประชากร โครงการอาสาสมัครวางแผนครอบครัวตัวอย่าง และโครงการจัดหาทุน
  • 17 กันยายน 2522 สมาคมฯโดยคณะกรรมการอำนวยการและกรรมการที่ปรึกษาฝ่ายจัดหาทุน ได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพราะมีผู้ประสงค์จะถวายเงินเพื่อบริจาคให้สมาคมฯ ถวายเงินและสิ่งของโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย

ยุคเติบโตขยายงาน
(พ.ศ. 2523 – พ.ศ.2527)

  • 28 พฤษภาคม 2523 เริ่มดำเนินงานโครงการคลินิก สวท ดินแดง เพื่อให้คำปรึกษาแก่เยาวชนทั่วไปในเขต กทม.
  • 14 พฤษภาคม 2524 สมาคมเริ่มโครงการขยายบริการวางแผนครอบครัวไปสู่ประชาชนในเขตชนบทห่างไกล สมาคมฯเปิดให้บริการทางการแพทย์ ณ ศูนย์ให้คำปรึกษาปัญหาชีวิตและการวางแผนครอบครัวที่ดินแดน
  • 1 กรกฎาคม 2524 สมาคมฯได้ย้ายที่ทำงานจากเดิมมาอยู่ที่ เลขที่ 8 ซอยวิภาวดีรังสิต 44 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
  • 27 พฤศจิกายน 2525 จัดทำโครงการป้องกันการข่มขืน โดยการจัดนิทรรศการและเผยแพร่ความรู้ ร่วมกับสำนักแพทย์ใหญ่ กรมตำรวจ และสภาสตรีแห่งชาติ
  • 3 ตุลาคม 2526 สมาคมฯคัดเลือกอาสามสมัครผู้นำอิสลามของโครงการวางแผนครอบครัวภาคใต้ไปร่วม ประชุมเรื่องอิสลามและการวางแผนครอบครัวที่ประเทศอินโดนีเซีย
  • พฤศจิกายน 2526 คณะกรรมการให้นโยบายจัดทำแผน 3 ปีของสมาคมฯ ให้เน้นเรื่องเยาวชนและสตรี แต่งานหลักยังเป็นเรื่องการวางแผนครอบครัว โดยจะสอดแทรกเรื่องการพัฒนาคุณภาพชีวิตและให้คำปรึกษารวมอยู่ด้วยในทุกโครงการ
  • 28 มีนาคม 2527 คณะกรรมการสมาคมฯเข้าเฝ้าสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ณ วังสระปทุม ถวายรายงานการดำเนินงานของสมาคมฯ และถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลเนื่องในวโรกาสพระชนมายุครบ 84 พรรษา พระองค์ทรงพระราชทานเงินดังกล่าวให้กับสมาคมฯ เพื่อให้นำไปใช้ดำเนินงานโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนที่หมู่บ้านหาดกวน ต.ไชยบุรี จ.นครพนม

ยุคเร่งรัดพัฒนางาน
(พ.ศ.2528 – พ.ศ. 2532 )

  • 17 มีนาคม 2528 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา ทรงพระกรุณาประทานพระดำรัสเรื่อง “สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี กับการพัฒนาคุณภาพประชากร” แก่สมาชิกสมาคมฯในประชุมใหญ่สามัญประจำปี
  • 30 เมษายน 2528 สมาคมฯจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็กกลางวัน ณ เคหะชุมชนดินแดง ห้วยขวาง (ปัจจุบันหยุดดำเนินการแล้ว)
  • 9 มิถุนายน 2529 เปิดคลินิก สวท 2 ที่สำนักงานใหญ่ ให้บริการวางแผนครอบครัวและรักษาโรคทั่วไป
  • 11 กุมภาพันธ์ 2530 เปิดคลินิก สวท 3 บริเวณเชิงสะพานพระปิ่นเกล้า ได้รวมคลินิก สวท ทั้ง 3 แห่งคือ คลินิก สวท 1 ดินแดง คลินิก สวท 2 บางเขน และคลินิก สวท 3 ปิ่นเกล้า เป็น 1 โครงการ คือ โครงการคลินิก สวท รหัสโครงการ 82/004
  • 10 มิถุนายน 2530 สมาคม ฯ รับโครงการวางแผนครอบครัว โรงพยาบาลเมคคอร์มิค มาดำเนินการต่อ โดยใช้ชื่อว่า โครงการวางแผนครอบครัวภาคเหนือ - สมาคมร่วมกับกรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ผลิตสื่อการเรียนการสอนเรื่องชีวิตครอบครัวศึกษา ซึ่งนำไปใช้ในโรงเรียนสังกัดของกรมสามัญศึกษา ระดับมัธยมศึกษาทั่วประเทศ
  • 30 กันยายน 2530 สมาคมฯ เข้าร่วมโครงการร่วมระหว่างรัฐบาล และภาคเอกชน 6 สมาคม คือโครงการส่งเสริมการวางแผนครอบครัวและบริการอาชีวอนามัยในโรงงานอุตสาหกรรม และโครงการร่วมระหว่างภาครัฐบาลและภาคเอกชนในการพัฒนาคุณภาพประชากรและคุณภาพชีวิต
  • 19 ธันวาคม 2530 สมาคมฯขยายโครงการส่งเสริมความเป็นอยู่ครอบครัวภาคใต้ไปยังจังหวัดกระบี่ 5 อำเภอคือ อำเภอเมือง อเภอลำทับ อำเภอเกาะลันตา อำเภออ่าวลึก และอำเภอคลองท่อม
  • พ.ศ.2531 ได้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารงานสำนักงานฯและแบ่งกลุ่มโครงการ เพื่อความเหมาะสมในการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • 3 พฤศจิกายน 2531 สมาคมฯ กลับไปดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดปัตตานีของโครงการส่งเสริมความเป็นอยู่ครอบ ครัวภาคใต้ที่อำเภอยะรัง ยะหริ่ง มายอ โดยเน้นในเรื่องให้บริการอนามัยแม่และเด็ก การเว้นช่วงระยะการมีบุตรแก่ชาวไทยภาคใต้
  • คณะกรรมการและเจ้าหน้าที่สมาคมฯได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อถวายรายงานโครงการบ้านหาดกวน และถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย ทรงซักถามถึงการดำเนินงานของสมาคมฯ อย่างสนพระทัยและห่วงใยพสกนิกรของพระองค์ที่สมาคมฯได้ให้การดูแลช่วยเหลือ
  • สมาคมฯเริ่มดำเนินโครงการเผยแพร่ความรู้เพื่อป้องกันโรคเอดส์ในทัณฑสถานของกรมราชทัณฑ์ โดยกำหนดระยะเวลาดำเนินงานเป็นโครงการหารูปแบบดำเนินงาน 1 ปี และจะดำเนินการจนครบทั่วราชอาณาจักร
  • 1 ธันวาคม 2531 สมาคมฯร่วมกับการทางพิเศษแห่งประเทศไทย รณรงค์ป้องกันโรคเอดส์
  • 17 มีนาคม 2532 สมาคมฯจัดตั้งมูลนิธิสมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงทราบถึงการเติบโตของกองทุน พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานเงินก้นถุงจำนวนหนึ่งให้แก่สมาคมฯใน การพัฒนาคุณภาพชีวิตบ้านหาดกวน โปรดเกล้าพระราชทานพระราโชบายบริหารกองทุนเพื่อนำไปจัดตั้งกองทุนถาวรสำหรับ ใช้ในการดำเนินโครงการวางแผนครอบครัวเฉพาะในด้านพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากร ทั้งในเขตชนบทห่างไกล และในเขตเมือง
  • สมาคมเริ่มดำเนินงานโครงการวางแผนครอบครัวดอยตุง จังหวัดเชียงราย เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
  • 24 กรกฎาคม 2532 ขยายโครงการคลินิก สวท ไปยังจังหวัดสงขลา อำเภอหาดใหญ่ โดยเปิดคลินิกเพิ่มอีก 1 แห่ง
  • 3 ตลาคม 2532 เริ่มดำเนินโครงการเผยแพร่ความรู้เพื่อป้องกันโรคเอดส์แก่ชาวประมงในเขต พื้นที่จังหวัดชลบุรี ศรีราชา ชลบุรี

 



ยุคทศวรรษแห่งสังคมใหม่
(พ.ศ. 2533 – พ.ศ.2547)

  • 15 มกราคม 2533 เปิดคลินิกวางแผนครอบครัวดอยตุงอย่างเป็นทางการ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย
  • 14 มีนาคม 2533 สมาคมฯได้รับการประกาศเกียรติคุณให้เป็นหน่วยงานดีเด่นด้านการวาง แผนครอบครัว ในโอกาสวันฉลองครบรอบ 20 ปี นโยบายประชากรไทย
  • 14 เมษายน 2533 สมาคมฯจัดงานฉลองครบรอบ 20 ปี สวท
  • พศ. 2543 - 2547 ทิศทางการดำเนินงานของสมาคมฯมุ่งให้ความช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสและปรับปรุง พัฒนางานให้มีคุณภาพเพิ่มขึ้น ทั้งด้านวางแผนครอบครัวและการพัฒนาคุณภาพชีวิต อนามัยแม่และเด็ก งานเยาวชนและผู้สูงอายุ นอกจากนี้ยังรณรงค์ให้ประชาชนรับบริการวางแผนครอบครัวได้สะดวกรวดเร็วขึ้น

 


ยุคปัจจุบัน (พ.ศ.2548 – พ.ศ.2552)

  • ปัจจุบันสมาคมฯ เน้นการดำเนินงานแนวความคิดใหม่ เรื่องอนามัยเจริญพันธุ์ ซึ่งหมายถึงภาวะความสมบูรณ์แข็งแรงของร่างกายและจิตใจที่เป็นผลสัมฤทธิ์ อันเกิดจากกระบวนการและหน้าที่การเจริญพันธุ์ที่สมบูรณ์แบบของทั้งชายและหญิงทุกช่วงอายุของชีวิต ซึ่งทำให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข โดยสมาคมฯเน้นกลยุทธ์การพัฒนา 5 A ได้แก่ ADVOCACY- การสร้างการยอมรับและสนับสนุน ACCESS – การเข้าถึงความรู้ข้อมูลข่าวสารและรับบริการงานด้านอนามัยการเจริญพันธุ์ AIDS-โรคเอดส์ ADOLESENTS – วัยรุ่นและเยาวชน และ ABORTION - การตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อม
  • พ.ศ.2550 สมาคมให้บริการงานอนามัการเจริญพันธุ์และการแพทย์ทั่วไป โดยคลินิก หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ และอาสาสมัครในชุมชน ให้บริการวางแผนครอบครัว 48,744 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 108.08 บริการอนามัยการเจริญพันธุ์อื่น ๆ 54,187 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 101.06 และรับบริการการแพทย์ทั่วไป 17,9763 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 101.43 ของเป้าหมายทั้งปี
  • พ.ศ.2550 เผยแพร่ความรู้การวางแผนครอบครัว อนามัยการเจริญพันธุ์อื่น ๆ การป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และโรคเอดส์ การดูแลรักษา การลดพฤติกรรมเสี่ยง การลดข้อรังเกียจและการอยู่ร่วมกับผู้ป่วยเอดส์อย่างปลอดภัย รวมไปถึงเรื่องสิทธิเด็ก สิทธิสตรี และการป้องกันความรุนแรงในครอบครัว ผ่านการออหน่วยเผยแพร่เคลื่อนที่ ประชุม บรรยาย อบรม สัมมนา สนทนากลุ่ม จัดนิทรรศการ ฉายวีดิทัศน์ รายการวิทยุและโทรทัศน์ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 496,500 คน คิดเป็นร้อยละ 101.71 ของเป้าหมายทั้งปี






facebook print