fbpx

12 อาหารป้องกันมะเร็งปากมดลูก เลือกกินให้ถูกช่วยลดความเสี่ยงได้

Fresh organic vegetables,fruits,eggs,beans,and corns with blackboard on vintage wooden table

แม้ต้นตอการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกจะอยู่ที่การติดเชื้อ HPV ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่ติดต่อกันได้ผ่านการมีเพศสัมพันธ์ แต่ถึงกระนั้นสาว ๆ เองก็ลดความเสี่ยงเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ด้วยการเพิ่มความแข็งแรงให้เซลล์ร่างกาย และเพิ่มสารป้องกันการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ต่าง ๆ โดยการเลือกกินอาหารที่มีสารช่วยต้านมะเร็งปากมดลูกต่อไปนี้

1. แครอท มันเทศ และฟักทอง
ผัก-ผลไม้ที่มีสีส้มจัดอย่างแครอท มันเทศ หรือผักที่มีสีเหลืองจัดอย่างฟักทอง มีคุณสมบัติช่วยต้านการเกิดเซลล์มะเร็ง เนื่องจากอุดมไปด้วยวิตามินเอ หรือเบต้าแคโรทีนที่สามารถเปลี่ยนเป็นวิตามินเอเมื่อถูกดูดซึมเข้าร่างกายได้ และวิตามินเอนี่แหละที่หลายผลการวิจัยในปี 2012 ระบุไว้ว่า เป็นวิตามินที่มีคุณสมบัติช่วยส่งเสริมภูมิคุ้มกันในร่างกาย ลดโอกาสเกิดการอักเสบในเนื้อเนื่อเยื่อ ซึ่งก็จะช่วยลดโอกาสเกิดเซลล์มะเร็งหรือเนื้อร้ายได้ด้วย นอกจากนี้เหล่าสารต้านอนมูลอิสระอย่างแคโรทีนอยด์ และไบโอฟลาโวนอยด์ที่พบในผัก-ผลไม้สีส้มจัดก็ยังมีคุณสมบัติช่วยต้านเซลล์มะเร็งในร่างกาย โดยเฉพาะความเสี่ยงโรคมะเร็งมดลูกและมะเร็งปอด

2. มะละกอ
มะละกอก็เป็นผลไม้สีส้มเช่นกัน จึงอุดมไปด้วยวิตามินเอ เบาต้าแคโรทีน และยังมีวิตามินซี แคลเซียม ฟอสฟอรัส รวมทั้งธาตุเหล็ก ซึ่งนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฟลอริด้า ได้ทำการศึกษาและพบว่า สารอาหารเหล่านี้ในผลมะละกอไม่ว่าจะดิบ หรือสุก สามารถช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการเข้าไปยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอก หรือเซลล์ผิดปกติที่ทำท่าว่าจะเป็นเซลล์ก่อมะเร็ง ที่สำคัญยังเจ๋งขนาดป้องกันได้ทั้งมะเร็งปากมดลูก, มะเร็งเต้านม, มะเร็งตับ และมะเร็งตับอ่อนเลยทีเดียว

3. ทับทิม
สารสำคัญในทับทิมที่มีส่วนช่วยเราต้านมะเร็งปากมดลูกก็คือ กรดเอลลาจิก (Ellagic Acid)ซึ่งเป็นกรดที่ช่วยป้องกันการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ในร่างกายมนุษย์ รวมทั้งยับยั้งการขยายของเซลล์ผิดปกติที่อาจจะกลายเป็นเซลล์มะเร็ง โดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา ยังบอกเพิ่มเติมด้วยว่า สารเอลลาจิกในทับทิม สามารถป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกของผู้หญิงได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว แถมในทับทิมยังเปี่ยมไปด้วยไฟโตนิวเทรียนต์ หรือสารพฤกษเคมี ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อม กระตุ้นภูมิคุ้มกัน และช่วยป้องกันการเกิดโรคต่าง ๆ ได้มากมาย

4. ชาเขียว
ในชาเขียวประกอบไปด้วยโพลีฟีนอล ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณที่สูงมาก จึงมีคุณสมบัติช่วยปกป้องเซลล์ ป้องกันอนุมูลอิสระไปจับกับ DNA จนส่งผลร้ายต่อเซลล์ปกติให้กลายเป็นเซลล์ร้ายที่ก่อมะเร็งได้ แต่ทั้งนี้ก็ควรเลือกดื่มชาเขียวแบบไม่ใส่น้ำตาลมาก และไม่ใส่นม หรือครีมเทียมด้วย

5. ถั่ว
นอกจากถั่วจะเป็นพืชที่มีโปรตีนสูง และมีสารต้านอนุมูลอิสระอย่งแคโรทีนอยด์แล้ว พืชตระกูลถั่วยังจัดเป็นซูเปอร์ฟู้ดที่ช่วยต้านเซลล์มะเร็งได้อีกด้วย โดยเฉพาะถั่วที่มีสารต้านอนมูลอิสระอย่างฟลาโวนอยด์ เช่น ถั่วดำ ถั่วลิมา ถั่วเหลือง และถั่วที่มีโฟเลทสูงอย่างถั่วเลนทิล หรือถั่วลูกไก่ (chickpeas) ซึ่งผลการวิจัยพบว่า ผู้ป่วยโรค HPV และผู้ป่วยที่พบว่ามีเซลล์ปากมดลูกผิดปกติ จะมีระดับสารโฟเลทในเลือดต่ำ เมื่อเทียบกับเลือดของคนปกติที่ไม่มีความเสี่ยงโรคมะเร็งปากมดลูก

6. ผักใบเขียว
ผักใบเขียวอย่างผักสลัด คะน้า ผักโขม ปวยเล้ง ล้วนแล้วแต่มีสารต้านอนุมูลอิสระอย่างฟลาโวนอยด์ด้วยกันทั้งสิ้น ซึ่งก็สามารถปกป้องเซลล์ร่างกายจากเชื้อร้ายที่อาจก่อให้เกิดเซลล์มะเร็งได้ ไม่เว้นแม่แต่เซลล์ร้ายที่อาจก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูก ดังนั้นพยายามกินผักใบเขียวเยอะ ๆ หรืออย่างน้อยควรกินผักหลากชนิด หลากสีวันละ 18 ช้อน หรือประมาณ ?6 ทัพพี ตามคำแนะนำของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

7. บรอกโคลี
ผลการวิจัยในวารสาร Postgraduate Medicine เมื่อปี 2003 เผยว่า บรอกโคลีเป็นผักที่มีฟลาโวนอยด์สูง มีวิตามินเอ วิตามินซี และวิตามินบี จึงจัดเป็นผักสีเขียวที่มีคุณสมบัติช่วยต้านเซลล์มะเร็งร้ายอย่างเซลล์มะเร็งปากมดลูกได้อีกทาง

8. กะหล่ำพืชตระกูลกะหล่ำอย่างกะหล่ำปลี
กะหล่ำม่วง กะหล่ำดาว และกะหล่ำดอก มีทั้งฟลาโวนอยด์ และซิลิเนียม สารช่วยกำจัดอนุมูลอิสระอีกตัวที่จัดว่าเด็ด เพราะมีการวิจัยที่พบว่า หากร่างกายได้รับซิลิเนียม 250-300 ไมโครกรัมต่อวัน ร่วมกับการได้รับวิตามินเอ จะช่วยปกป้องมะเร็งร้ายได้หลายชนิด รวมทั้งมะเร็งปากมดลูกก็ด้วย

9. โฮลเกรน
สารอาหารที่ช่วยต้านมะเร็งไม่ได้อยู่ในพืชผัก ผลไม้เท่านั้น แต่เรายังสามารถพบได้ในธัญพืชอย่างโฮลเกรนและโฮลวีทได้ด้วย เพราะโฮลเกรนเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่ยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วนตามธรรมชาติ ทั้งเส้นใยอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ และไฟโตนิวเทรียนต์หรือสารต่อต้านอนุมูลอิสระต่าง ๆ จึงเป็นอาหารอีกชนิดที่ช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งปากมดลูกได้

10. หอม กระเทียม
สมุนไพรอย่างหอมและกระเทียมอุดมไปด้วยสารซิลิเนียมด้วยเช่นกัน และยังมีแร่ธาตุ วิตามิน กรด และสารอาหารต่าง ๆ ที่มีคุณสมบัติป้องกันโรคได้ โดยกระเทียมและหอมมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ และยังเปี่ยมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระอย่างฟลาโวนอยด์ด้วย

11. สาหร่ายทะเล
จากการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Japanese Journal of Experimental Medicine ระบุว่า หนูทดลองที่ได้กินสาหร่ายทะเลที่ชื่อว่า คอมบุ (kombu) ถูกพบว่าการเจริญเติบโตของเนื้องอกมีอัตราลดลงกว่า 95% สนับสนุนผลการวิจัยก่อนหน้านี้ที่ระบุว่าพืชจากทะเลอย่างสาหร่ายทะเลมีคุณสมบัติช่วยต้านมะเร็งได้เป็นอย่างดี

12. กรดไขมันโอเมก้า 3
การที่ร่างกายมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ในระดับที่ต่ำ ก็เป็นสาเหตุให้มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งเพิ่มขึ้นเช่นกัน อีกทั้งยังมีการศึกษาที่พบว่า DHA หรือกรดโอเมก้า 3 มีคุณสมบัติหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อ HPV ได้ ดังนั้นสาว ๆ ควรกินกรดไขมันโอเมก้า 3 ให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย (วันละ 300 มิลลิกรัม) โดยควรเลือกกินปลาทะเลอย่างปลาทู ปลากะพง ปลาสำลี ปลาเก๋า ปลาอินทรี ปลาซาดีน ปลาทูน่า หรือปลาแมคเคอเรล

อาหารป้องกันมะเร็งปากมดลูกเหล่านี้ก็เป็นเพียงวิธีป้องกันมะเร็งปากมดลูกอีกทางหนึ่งที่ทำได้ง่าย ๆ และจริง ๆ แล้วเรายังสามารถเสริมเกราะป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้โดยการหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนคู่นอนบ่อย ๆ ไม่มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย และควรสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ รวมไปถึงการงดสูบบุหรี่ และการใช้ยาคุมกำเนิดเป็นเวลานาน ๆ ด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
กระปุกดอทคอม โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ everydayhealth doctoroz livestrong
lifehack

คลังความรู้

เดือนนี้เป็นอีกหนึ่งเดือนที่คู่รักหลายๆคู่ตกลงใจที่จะครองชีวิตและแต่งงานกัน แต่รู้หรือไม่ครับว่า “การแต่งงาน” จัดเป็นเรื่องใหญ่ในชีวิตคู่อีกหนึ่งเรื…
อารมณ์ทางเพศเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายมีความต้องการสืบพันธุ์หรือขยายพันธุ์ของมนุษย์เรา แล้วถ้าอยู่ๆเกิดมีอารมณ์ทางเพศขึ้นมา เราจะมีวิธีจัดการกับอารมณ…
50th-ppat-02