เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (13 กุมภาพันธ์) รศ.ร.อ.นพ.มานพชัย ธรรมคันโท ร.น. นายกสมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกล่าวถ้อยแถลง ในงานแถลงข่าว “การขับเคลื่อนงานด้านประชากร เพื่อความมั่นคงของประเทศ” หัวข้อ “The Silent Countdown : เมื่อเสียงร้องไห้ในเปล…กำลังจางหายไป” ซึ่งจัดโดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ณ โรงแรมนิกโก้ กรุงเทพมหานคร โดยมีแพทญ์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน สำนังานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ สมาคมพัฒคมประชากรและชุมชน และสมาคมอนามัยการเจริญพันธุ์ (ไทย) ร่วมกล่าวถ้อยแถลง โดยมีนายเอกชาติ นาคาไชย รองผู้อำนวยการสมาคมฯ และนายปนัฐพงศ์ นรดี ผู้จัดการงานเผยแพร่ความรู้และประชาสัมพันธ์ เป็นตัวแทนของ สวท เข้าร่วมงานในครั้งนี้
โดย รศ.ร.อ.นพ.มานพชัย ธรรมคันโท ร.น. นายกสมาคมฯ กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญกับ “วิกฤตเชิงโครงสร้างที่รอไม่ได้” ซึ่งจะส่งผลกระทบลูกโซ่ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต โดยเน้นย้ำว่าภารกิจการวางแผนครอบครัวในยุคปัจจุบันต้องปรับเปลี่ยนนิยามใหม่ ไม่ใช่เพียงการคุมกำเนิดเหมือนในอดีต แต่คือการสร้างสมดุลประชากรผ่าน 3 ยุทธศาสตร์หลัก ดังนี้
- คุณภาพเหนือปริมาณ ในวันที่เด็กเกิดใหม่น้อยลง ทุกหยาดน้ำนมและทุกการเติบโตต้องเปี่ยมด้วยคุณภาพ เราต้องเปลี่ยนผ่านจากการรณรงค์ให้หยุดมีลูกเป็นการรณรงค์ให้ “พร้อมจึงมีและเมื่อมีต้องมีคุณภาพ” อย่างเข้าใจและเหมาะสม
- บูรณาการสิทธิอนามัยการเจริญพันธุ์ที่เป็นรากฐานของความมั่นคงของมนุษย์ สวท มุ่งมั่นให้ความรู้และบริการที่ครอบคลุม เพื่อให้มั่นใจว่าคู่สมรสและคนรุ่นใหม่มีความพร้อมทั้งด้านสุขภาพกายและใจ สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะสม และมีความมั่นคงในการเลี้ยงดูบุตรอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
- การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ปัญหานี้ซับซ้อนเกินกว่าที่หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งจะแก้ไขได้ ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อผลักดันให้เกิดสภาพแวดล้อมที่คนรุ่นใหม่ “กล้า” มีลูก ไม่ว่าจะเป็นสวัสดิการ เช่น การลดช่องว่างระหว่างการทำงานและการเลี้ยงลูก สภาพแวดล้อมในการทำงาน รวมถึงทัศนคติของสังคม
สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยฯ พร้อมที่จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสนับสนุนนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข และบูรณาการงานร่วมกับทุกภาคส่วนตามแผนระดับชาติด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม เพื่อเปลี่ยนจาก “วิกฤตประชากร” ให้กลายเป็น “โอกาสในการพัฒนาทุนมนุษย์”
เราจะร่วมกันทำให้เสียงร้องไห้ในเปลกลับมาดังขึ้นอีกครั้งอย่างมั่นคง เพื่อส่งต่อประเทศไทยที่ยั่งยืนให้แก่คนรุ่นต่อไป









