เพศศึกษาที่สอนทุกวันนี้ไม่ตอบโจทย์ผู้เรียนวัยรุ่นทั่วโลก

อังกฤษถามความเห็นพ่อแม่อยากให้ลูกเรียนอะไรเพิ่มในวิชาเพศศึกษา
October 9, 2018
รัฐเท็กซัสร่างกฎหมายเรียกร้องทุกโรงเรียนสอนเพศศึกษารอบด้าน
October 9, 2018

ผลงานวิจัยล่าสุด“เยาวชนคิดอย่างไรเกี่ยวกับการสอนเพศศึกษาและสัมพันธภาพ:การสังเคราะห์งานวิจัยเชิงคุณภาพในเรื่องมุมมองและ
ประสบการณ์ของเยาวชน” ซึ่งทำการศึกษางานวิจัยจำนวน 48 ชิ้นใน 10 ประเทศ พบวิชาเพศศึกษา “ไม่ตรงใจผู้เรียน”โดยผลการสำรวจครั้งนี้
ทำขึ้นในสหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ สหรัฐฯ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา ญี่ปุ่น อิหร่าน บราซิล และสวีเดน กลุ่มเป้าหมายเป็นเยาวชนอายุระหว่าง
4 -19 ปี กำลังศึกษาในโรงเรียน เยาวชนอายุต่ำกว่า 19 ปี ที่เรียนหรือไม่ได้เรียนหนังสือในระบบก็ได้ รวมทั้งเยาวชนอายุ 25 ปีที่จำได้ว่าเคยเรียนวิชา
เพศและสัมพันธภาพเมื่อครั้งเป็นนักเรียน แสดงให้เห็นว่าวิชา เพศศึกษาในโรงเรียนทั่วโลก “ขาดข้อมูลที่ตรงประเด็น” กับประสบการณ์ของนัก
เรียนอย่างมาก ผู้เรียนคิดว่าเนื้อหาไม่ถูกจุด ไม่ตรงใจ จึงไม่สนใจจะเรียน

รายงานผลวิเคราะห์ทัศนคติของเยาวชนซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร BMJ Open เมื่อเดือนกันยายน 2559 ซึ่งนำทีมโดย ดร. แพนดอร่า พาวด์ แห่ง
วิทยาลัยการแพทย์ชุมชนและสังคม มหาวิทยาลัยบริสตอล พบความสอดคล้องจนน่าแปลกใจในเรื่องมุมมองของวัยรุ่นต่อวิชาเพศศึกษาจากทั้ง 10
ประเทศ โดยนักเรียนจำนวนมากเห็นว่าบทเรียนเรื่องเพศและสัมพันธภาพมีแต่แง่ลบ เน้นศีลธรรมและเป็นวิทยาศาสตร์จนเข้าใจยากเกินกว่าจะช่วย
ให้ตนเองรับมือกับความรู้สึกและสถานการณ์เมื่อเผชิญในชีวิตจริง เน้นเนื้อหาเพื่อให้นักเรียนรักนวลสงวนตัว ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเรื่องอารมณ์
ความรู้สึกที่เกิดขึ้นจริงๆ

ดร. แพนดอร่า กล่าวว่า “ผลการวิจัยแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าวิชาเพศศึกษาและสัมพันธภาพที่สอนในโรงเรียน ไม่ค่อยตอบสนองความต้องการของ
เด็ก ดูเหมือนโรงเรียนยังทำใจยอมรับได้ยากว่าเด็กบางคนมีพฤติกรรมทางเพศหรือมีเพศสัมพันธ์แล้ว ทำให้ออกแบบการจัดการเรียนการสอนเพศ
ศึกษาและสัมพันธภาพที่ไม่ถูกจุด ไม่ตรงกับชีวิตของผู้เรียน”

ดร. แพนดอร่า และทีมวิจัย ได้ข้อสรุปหลังจากทบทวนการศึกษาวิจัยที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับทัศนคติของวัยรุ่นที่มีต่อวิชาเพศศึกษาระหว่างปี พ.ศ. 2533 ถึง
2558 ซึ่งมีทั้งนักเรียนที่กำลังเรียนอยู่และศิษย์เก่าด้วย พบว่า หากมีนักเรียนหญิงเรียนร่วมในชั้นเรียนวิชาเพศศึกษาและสัมพันธภาพ ครูมักปล่อยให้
นักเรียนหญิงตกอยู่ในความเสี่ยงต่อการถูกคุกคาม ส่วนนักเรียนชายก็จะคอยกังวล มัวแต่ปิดบังเพราะกลัวเพื่อนรู้ว่าตัวเองไม่มีความรู้เรื่องเพศ เด็ก
ผู้ชายบางคนจึงมีพฤติกรรมก่อกวนในชั้นเรียนเพื่ออำพรางความด้อยประสบการณ์ทางเพศของตนเอง

ผู้วิจัยยังพบว่านักเรียนจำนวนมากเห็นว่าโรงเรียนมองเรื่องเพศเป็นปัญหาที่สมควรต้องจัดการ เน้นสัมพันธภาพแบบหญิงชายมากเกินไป และเพศ
หญิงมักถูกให้ภาพว่าเป็นฝ่ายรับที่ไม่มีปฏิกิริยาโต้แย้ง ส่วนเพศชายก็ถูกให้ภาพว่าเป็นนักล่า ส่วนข้อมูล ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเพศทางเลือกก็
ไม่มีอยู่ในเนื้อหาการเรียนการสอน

นอกจากนี้ ข้อมูลจากงานวิจัยยังระบุว่านักเรียนจำนวนมากรู้สึกไม่สะดวกใจและคิดว่าการที่ครูวิชาอื่นมาสอนวิชาเพศศึกษาและสัมพันธภาพนั้นไม่ช่วย
อะไรให้ดีขึ้น “บางคนแสดงความไม่ชอบใจที่ครูของตัวเองต้องมาสอนเพศศึกษาและสัมพันธภาพ เพราะแยกขอบเขตออกจากกันไม่ชัดเจน เนื่อง
จากครูรู้จักชื่อเด็กจึงเกิดความกระดากอาย และครูไม่มีทักษะที่ดีพอ” ดร. แพนดอร่ากล่าว

รายงานประจำปี พ.ศ. 2556 เรื่องเพศศึกษาโดยสำนักงานมาตรฐานการศึกษา บริการและทักษะสำหรับเด็ก ซึ่งเป็นหน่วยงานผู้ตรวจการโรงเรียนใน
อังกฤษพบว่ามีนักเรียนกลุ่มอายุ 18 ปี ร้อยละ 19 เท่านั้นที่เชื่อว่าวิชาเพศศึกษาและสัมพันธภาพควรสอนโดยครูจากโรงเรียนของตัวเอง

ฝ่ายครูเองก็ยอมรับว่า “รู้สึกไม่สะดวกใจ” ที่ต้องสอนวิชาเพศศึกษาและสัมพันธภาพ นอกจากนี้ รายงานของสำนักงานฯ ยังพบว่า1 ใน 3 ของ
โรงเรียนในอังกฤษจัดการเรียนการสอนเพศศึกษาและสัมพันธภาพอย่างได้คุณภาพย่ำแย่

โรงเรียนต้องตระหนักถึงความสำคัญของหลักสูตรเพศศึกษาว่าเป็นวิชาที่ท้าทาย ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน รวมทั้งต้องให้ข้อมูลและกิจกรรม
สอดคล้องกับวัยของผู้เรียนซึ่งมีหลายระดับ

ผู้เขียนรายงานให้ข้อเสนอแนะว่า โรงเรียนต่างๆ สามารถรับมือกับปัญหานี้ได้ แทนที่จะจัดการเรียนการสอนแบบเดิมๆ ควรจัดชั้นเรียนเพศศึกษาและ
สัมพันธภาพแบบชั้นเดี่ยว ขอความร่วมมือจากนักวิชาการด้านเพศศึกษาภายนอกให้เข้ามาจัดการเรียนการสอนให้ในโรงเรียน

นอกจากนี้ ผู้เขียนรายงานให้ข้อเสนอว่าโรงเรียนควร “มีทัศนคติเชิงบวกเรื่องเพศ” มากขึ้น เปิดใจยอมรับ ตรงไปตรงมา และคิดแง่บวกต่อเรื่อง
เพศ คัดค้านทัดทานทัศนคติเชิงลบของสังคมต่อเรื่องเพศ

ลูซี่ เอ็มเมอร์สัน ผู้ประสานงานสภาที่ประชุมด้านเพศศึกษาแห่งสหราชอาณาจักรกล่าวว่า “น่าผิดหวังที่การจัดการเรียนการสอนเพศศึกษาและ
สัมพันธภาพที่ไม่มากพอ กลายเป็นรูปแบบที่เกิดขึ้นซ้ำซากในหลายประเทศ เด็กนักเรียนทั้งในอังกฤษและในประเทศอื่นๆ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน
ว่าการสอนเพศศึกษาและสัมพันธภาพช่วงเริ่มต้นมีเนื้อหาน้อยเกินไปและสอนช้าเกินไป เน้นแต่ด้านชีววิทยา ให้ความสำคัญกับเรื่องสัมพันธภาพเพียง
เล็กน้อย ส่วนเนื้อหาในบทเรียนก็ไม่สะท้อนภาพความเป็นจริงของชีวิตวัยรุ่นเลย”

ลูซี่กล่าวเสริมว่า “ตัวครูเองก็ได้แต่พูดแล้วพูดอีกว่าอยากได้การอบรมเฉพาะเรื่อง จะได้สอนเพศศึกษาและสัมพันธภาพได้อย่างมีคุณภาพดีเยี่ยม แต่
รัฐบาลอังกฤษกลับไม่สนใจที่จะประกาศให้มีวิชาเพศศึกษาและสัมพันธภาพทุกโรงเรียน จึงเกิดช่องว่างขนาดใหญ่ด้านการจัดการเรียนการสอน บาง
โรงเรียนก็ไม่สอนวิชานี้แม้แต่คาบเดียว”

การศึกษาวิจัยที่สนับสนุนงบประมาณโดยสถาบันเพื่อการวิจัยด้านสุขภาพแห่งชาติยังพบว่าหลักสูตรเพศศึกษาและสัมพันธภาพมักไม่ให้นักเรียนได้รับ
ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เช่น จะทำอย่างไรถ้าตั้งท้อง ข้อดีข้อเสียของการคุมกำเนิดวิธีต่างๆ เป็นต้น นอกจากนี้ งานวิจัยยังพบว่ามีการจัดการเรียนการ
สอนวิชาเพศึกษาช้าเกินไปสำหรับนักเรียนบางกลุ่ม

บทความรายงานการวิจัยตั้งข้อสังเกตว่าถ้ายังไม่มีการยกเครื่องปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรเพศศึกษาและสัมพันธภาพ “เยาวชนก็จะ
ถูกตัดขาดจากหลักสูตรเพศศึกษาและสัมพันธภาพ รวมทั้งโอกาสในการดูแลสุขภาวะทางเพศของตนเองก็จะลดน้อยลงไปด้วย”

ลูซี่เพิ่มเติมว่า “หลักฐานจากนานาประเทศแสดงให้เห็นชัดเจนว่าหลักสูตรเพศศึกษาและสัมพันธภาพแบบรอบด้านที่สอนตั้งแต่เด็กยังเล็กและสอน
โดยผู้ที่ผ่านการอบรมมาอย่างดีส่งผลต่อการยกระดับสุขภาวะทางเพศของเยาวชน ความรุนแรงทางเพศก็ลดลง แต่ยังมีหลายประเทศไม่ตอบสนอง
หรือลงมือดำเนินการใดๆ เพื่อจัดให้เด็กและเยาวชนได้รับการศึกษาตามที่เด็กต้องการและสมควรได้รับอย่างยิ่ง”

ข้อมูลจาก 3c4teen

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *